คุณธรรมจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
จะเห็นได้ว่าปัจจุบันคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทต่อการดำรงชีวิตประจำวันของมนุษย์มากขึ้น
ซึ่งเราจะพบว่ายิ่งมีประโยชน์เพียงไร เทคโนโลยีสารสนเทศอาจเป็นภัยมากเท่ากันหากผู้ใช้ไม่มีความรู้
ความรับผิดชอบและนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นในแต่ละประเทศจึงได้มีการกำหนดระเบียบ
กฎเกณฑ์รวมถึงกฎหมายที่ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่อให้เกิดคุณธรรมและจริยธรรมในการในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศซึ่งมีการกำหนดบัญญัติที่ผู้ใช้เทคโนโลยีควรยึดถือและปฏิบัติตามมีดังนี้
1. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้ายหรือละเมิดผู้อื่น
2. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ในการรบกวนการทำงานของผู้อื่น
3. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ในการเข้าถึงข้อมูล
หรือคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
4. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจรกรรมข้อมูลข่าวสาร
5. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ
6. ไม่คัดลอกโปรแกรมผู้อื่นที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้งาน
7. ไม่ละเมิดการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์โดยที่ตนเองไม่มีสิทธิ์
8. ไม่นำเอาผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตน
9. คำนึงถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสังคมอันติดตามมาจากการกระทํา
10. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ก่อความเสียหายหรือความรำคาญแก่ผู้อื่น
เช่น การนำภาพหรือข้อมูล
ส่วนตัวของบุคคลไปลงบนอินเตอร์เน็ตโดยไม่ได้รับอนุญาต
11. ไม่เผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ควรจะเผยแพร่
12. ใช้คอมพิวเตอร์โดยเคารพกฎระเบียบและกติกามารยาท
เมื่อพิจารณาถึงคุณธรรมจริยธรรมเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และสารสนเทศแล้วยังสามารถแยกเป็นอีก
4
ประเด็นที่รู้จักกันในลักษณะตัวย่อว่า PAPA ซึ่งจะประกอบด้วย
1. ความเป็นส่วนตัว
(Information Privacy)หมายถึง สิทธิที่จะอยู่ตามลำพัง
และเป็นสิทธิที่
เจ้าของสามารถที่จะควบคุมข้อมูลของตนเองในการเปิดเผยให้กับผู้อื่น
ปัจจุบันมีประเด็นเกี่ยวกับความเป็น
ส่วนตัวที่เป็นข้อหน้าสังเกตดังนี้
1.1 การเขาไปดูข้อความในจดหมายอิเล็กทรอนิกส์และการบันทึกข้อมูลในเครื่อง
คอมพิวเตอร์รวมทั้งการบันทึก-แลกเปลี่ยนข้อมูลที่บุคคลเข้าไปใช้บริการเว็บไซต์และกลุ่มข่าวสาร
1.2
การใช้เทคโนโลยีในการติดตามความเคลื่อนไหวหรือพฤติกรรมของบุคคลซึ่งทำให้สูญเสียความเป็นส่วนตัว
ซึ่งการกระทำเช่นนี้ถือเป็นการผิดจริยธรรม
1.3 การใช้ข้อมูลของลูกคาจากแหล่งต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ในการขยายตลาด
1.4 การรวบรวมหมายเลขโทรศัพท์ที่อยู่อีเมล หมายเลขบัตรเครดิต
และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ
เพื่อนำไปสร้างฐานข้อมูลประวัติลูกค้าขึ้นมาใหม่แล้วนำไปขายให้กับบริษัทอื่นดังนั้น
เพื่อเป็นการป้องกันการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและสารสนเทศจึงควรจะต้องระวังการให้ข้อมูล
โดยเฉพาะการใช้อินเตอร์เน็ตที่มีการใช้โปรโมชั่น
หรือระบุให้มีการลงทะเบียนก่อนเข้าใช้
บริการ เช่น ข้อมูลบัตรเครดิต
และที่อยู่อีเมล
2. ความถูกต้อง (Information Accuracy) ในการจัดทำข้อมูลและสารสนเทศให้มีความถูกต้อง
2. ความถูกต้อง (Information Accuracy) ในการจัดทำข้อมูลและสารสนเทศให้มีความถูกต้อง
และน่าเชื่อถือนั้น
ข้อมูลควรได้รับการตรวจสอบความถูกต้องก่อนที่จะนำเข้าฐานข้อมูล รวมถึงการปรับปรุงข้อมูลให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ
นอกจากนี้ควรให้สิทธิแก่บุคคลในการเข้าไปตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลตนเองด้วย
3. ความเป็นเจ้าของ (Information Property) สิทธิความเป็นเจ้าของ หมายถึง กรรมสิทธิ์ในการ
ถือครองทรัพย์สิน ซึ่งอาจเป็นทรัพย์สินทั่วไปที่จับต้องได้เช่น
คอมพิวเตอร์รถยนต์หรืออาจเป็นทรัพย์สินทางปัญญา (ความคิด)
ที่จับต้องไม่ได้เช่น บทเพลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์แต่สามารถถ่ายทอดและบันทึกลงในสื่อต่างๆ ได้เช่น สิ่งพิมพ์เทป
ซีดีรอม เป็นต้น โดยในการคดลอกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้กับเพื่อน เป็นการกระทำที่จะต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนว่าโปรแกรมที่จะทำการคัดลอกนั้น
เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ท่านมีสิทธ์ในระดับใด
4. การเข้าถึงข้อมูล (Data Accessibility) ปัจจุบันการเข้าใช้งานโปรแกรม หรือระบบ
คอมพิวเตอร์มักจะมีการกำหนดสิทธิตามระดับของผู้ใช้งาน
ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการเข้าไปดำเนินการต่างๆ กับข้อมูลของผู้ใช้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
และเป็นการรักษาความลับของข้อมูล การเข้าถึงข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมนั้น
ก็ถือเป็นการผิดจริยธรรมเช่นเดียวกับการละเมิดข้อมูลส่วนตัว

