วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2559

บทความที่ 4

คุณธรรมจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
จะเห็นได้ว่าปัจจุบันคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทต่อการดำรงชีวิตประจำวันของมนุษย์มากขึ้น ซึ่งเราจะพบว่ายิ่งมีประโยชน์เพียงไร เทคโนโลยีสารสนเทศอาจเป็นภัยมากเท่ากันหากผู้ใช้ไม่มีความรู้ ความรับผิดชอบและนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นในแต่ละประเทศจึงได้มีการกำหนดระเบียบ กฎเกณฑ์รวมถึงกฎหมายที่ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่อให้เกิดคุณธรรมและจริยธรรมในการในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศซึ่งมีการกำหนดบัญญัติที่ผู้ใช้เทคโนโลยีควรยึดถือและปฏิบัติตามมีดังนี้
1. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้ายหรือละเมิดผู้อื่น
2. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ในการรบกวนการทำงานของผู้อื่น
3. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ในการเข้าถึงข้อมูล หรือคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
4. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจรกรรมข้อมูลข่าวสาร
5. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ
6. ไม่คัดลอกโปรแกรมผู้อื่นที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้งาน
7. ไม่ละเมิดการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์โดยที่ตนเองไม่มีสิทธิ์
8. ไม่นำเอาผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตน
9. คำนึงถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสังคมอันติดตามมาจากการกระทํา
10. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ก่อความเสียหายหรือความรำคาญแก่ผู้อื่น เช่น การนำภาพหรือข้อมูล
ส่วนตัวของบุคคลไปลงบนอินเตอร์เน็ตโดยไม่ได้รับอนุญาต
11. ไม่เผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ควรจะเผยแพร่
12. ใช้คอมพิวเตอร์โดยเคารพกฎระเบียบและกติกามารยาท
เมื่อพิจารณาถึงคุณธรรมจริยธรรมเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และสารสนเทศแล้วยังสามารถแยกเป็นอีก 4 ประเด็นที่รู้จักกันในลักษณะตัวย่อว่า PAPA ซึ่งจะประกอบด้วย
1. ความเป็นส่วนตัว (Information Privacy)หมายถึง สิทธิที่จะอยู่ตามลำพัง และเป็นสิทธิที่
เจ้าของสามารถที่จะควบคุมข้อมูลของตนเองในการเปิดเผยให้กับผู้อื่น ปัจจุบันมีประเด็นเกี่ยวกับความเป็น
ส่วนตัวที่เป็นข้อหน้าสังเกตดังนี้
1.1 การเขาไปดูข้อความในจดหมายอิเล็กทรอนิกส์และการบันทึกข้อมูลในเครื่อง
คอมพิวเตอร์รวมทั้งการบันทึก-แลกเปลี่ยนข้อมูลที่บุคคลเข้าไปใช้บริการเว็บไซต์และกลุ่มข่าวสาร
          1.2 การใช้เทคโนโลยีในการติดตามความเคลื่อนไหวหรือพฤติกรรมของบุคคลซึ่งทำให้สูญเสียความเป็นส่วนตัว ซึ่งการกระทำเช่นนี้ถือเป็นการผิดจริยธรรม
          1.3 การใช้ข้อมูลของลูกคาจากแหล่งต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ในการขยายตลาด
          1.4 การรวบรวมหมายเลขโทรศัพท์ที่อยู่อีเมล หมายเลขบัตรเครดิต และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ
เพื่อนำไปสร้างฐานข้อมูลประวัติลูกค้าขึ้นมาใหม่แล้วนำไปขายให้กับบริษัทอื่นดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและสารสนเทศจึงควรจะต้องระวังการให้ข้อมูล โดยเฉพาะการใช้อินเตอร์เน็ตที่มีการใช้โปรโมชั่น หรือระบุให้มีการลงทะเบียนก่อนเข้าใช้
บริการ เช่น ข้อมูลบัตรเครดิต และที่อยู่อีเมล
          
2. ความถูกต้อง (Information Accuracy) ในการจัดทำข้อมูลและสารสนเทศให้มีความถูกต้อง
และน่าเชื่อถือนั้น ข้อมูลควรได้รับการตรวจสอบความถูกต้องก่อนที่จะนำเข้าฐานข้อมูล รวมถึงการปรับปรุงข้อมูลให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ นอกจากนี้ควรให้สิทธิแก่บุคคลในการเข้าไปตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลตนเองด้วย
         
 3. ความเป็นเจ้าของ (Information Property) สิทธิความเป็นเจ้าของ หมายถึง กรรมสิทธิ์ในการ
ถือครองทรัพย์สิน ซึ่งอาจเป็นทรัพย์สินทั่วไปที่จับต้องได้เช่น คอมพิวเตอร์รถยนต์หรืออาจเป็นทรัพย์สินทางปัญญา (ความคิด) ที่จับต้องไม่ได้เช่น บทเพลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์แต่สามารถถ่ายทอดและบันทึกลงในสื่อต่างๆ ได้เช่น สิ่งพิมพ์เทป ซีดีรอม เป็นต้น โดยในการคดลอกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้กับเพื่อน เป็นการกระทำที่จะต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนว่าโปรแกรมที่จะทำการคัดลอกนั้น เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ท่านมีสิทธ์ในระดับใด
        
 4. การเข้าถึงข้อมูล (Data Accessibility) ปัจจุบันการเข้าใช้งานโปรแกรม หรือระบบ
คอมพิวเตอร์มักจะมีการกำหนดสิทธิตามระดับของผู้ใช้งาน ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการเข้าไปดำเนินการต่างๆ กับข้อมูลของผู้ใช้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเป็นการรักษาความลับของข้อมูล การเข้าถึงข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมนั้น ก็ถือเป็นการผิดจริยธรรมเช่นเดียวกับการละเมิดข้อมูลส่วนตัว

บทความที่ 3

แนวทางที่ช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับระบบสารสนเทศในองค์กร
การโจมตีระบบ IT สมัยก่อนอาชญากรคอมพิวเตอร์อาจโจมตีแค่เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ด้วยไวรัสและ เวิร์มเสียหายหรือแค่เครื่องลูกข่ายทำงานไม้ได้หรือทำงานช้าลง แต่ยุคสมัยนี้รูปแบบการถูกโจมตีมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ทั้งสปายแวร์ พิชชิ่งที่มุ่งโจมตีสิ่งสงวนสำคัญที่สุดขององค์กรคือข้อมูลเครื่องแม่ข่าย และระบบสื่อสารข้อมูล เสียหายถึงขั้นระบบ IT หยุดชะงักทำงานไม่ได้ ทำให้องค์กรต้องจ่ายค่าคุ้มครองความปลอดภัยคอมพิวเตอร์สูงขึ้น
          ซึ่งนอกจากการกระทำของน้ำมือมนุษย์แล้ว ระบบ IT ในองค์กร ยังสามารถเกิดความเสียหายจากสาเหตุอื่นๆ ด้วยเช่นกันค่ะ อาทิ เกิดความเสียหายเนื่องจากภัยธรรมชาติ เช่นการเกิดพายุ สึนามิ ฟ้าผ่า ไฟใหม้ เป็นต้น และยังอาจเกิดจากความเสียหายเนื่องจากขาดระบบป้องกัน ทางกายภาพที่ดี (Physical Security)
          ทีนี้เมื่อได้รู้ถึงต้นเหตุของปัญหาแล้ว ทีนี้ลองมาพูดถึงแนวทางในการรักษา ความปลอดภัยให้กับระบบ IT กันค่ะ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 แนวทาง
          อันดับแรก คือ การวางแผนรักษาความปลอดภัยในเชิงกายภาพ (Physical Planning Security)เกี่ยวกับสภาพต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ได้แก่ การจัดการดูแลและป้องกันในส่วนของอาคารสถานที่ ทำเลที่ตั้งศูนย์คอมพิวเตอร์ หรือห้องคอมพิวเตอร์ การจัดการดูแลและป้องกันภายในศูนย์คอมพิวเตอร์ การจัดการดูแลและป้องกันเกี่ยวกับระบบสภาพแวดล้อม การจัดการดูแลและป้องกันในส่วนของฮาร์ดแวร์ จัดการดูแลอุปกรณ์เอง เรียกบริษัทผู้ขาย หรือบริษัทอื่นดูแลให้เป็นครั้ง ๆ ไป หรือทำสัญญาการบำรุงรักษาอุปกรณ์เป็นรายปี
          อันดับสอง ส่วนการวางแผนรักษาความปลอดภัยในเชิงตรรกะ (Logical Planning Security)เป็นการรักษาความปลอดภัยก่อนผ่านข้อมูลเข้าสู่ระบบสารสนเทศ คือการกำหนดสิทธิผู้ใช้ มีรหัสผ่าน การรักษาความปลอดภัยในการใช้ข้อมูลในระบบสารสนเทศ หรือกำหนดสิทธิของตัวข้อมูลในระดับต่าง ๆ และการรักษาความปลอดภัยในการรับส่งข้อมูล หรือการเข้ารหัสข้อมูล
          ซึ่งในอันดับที่สาม การวางแผนป้องกันความเสียหาย (Disaster Planning Security) มีวิธีการป้องกันดังนี้ค่ะ
1.       การจัดเตรียมศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง
2.       การจัดเตรียมข้อมูลสำรอง
3.       การจัดเตรียมเรื่องการกู้ระบบหลังจากเกิดการเสียหายขึ้น
4.       การวางแผนป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์

          และถึงแม้องค์กรคุณจะมีระบบป้องกันที่ดีแล้ว แต่ก็ยังจำเป็นต้องอาศัย สมาชิกในบ้านหรือในองค์กรที่ต้องใช้ IT ให้ช่วยกันสอดส่องดูแล เป็นหูเป็นตาคอยป้องกันภัยและใช้คอมพิวเตอร์ด้วยความระมัดระวังกันอีกด้าน หนึ่งด้วยค่ะ

ใบงานที่ 8

แบบฝึกหัด
บทที่ 8 การใช้สารสนเทศตามกฎหมายและจริยธรรม กลุ่มที่เรียน.................1....................
รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน รหัสวิชา 0026 008
ชื่อ -สกุล.......นางสาว..ฝ้ายน้ำ..อยู่หว้า..................รหัส......55010212187...........
คำชี้แจง จงพิจารณากรณีศึกษานี้
1) “นาย A ทำการเขียนโปรแกรมขึ้นมาโปรแกรมหนึ่งเพื่อทดลองโจมตีการทำงานของคอมพิวเตอร์ สามารถใช้งานได้ โดยทำการระบุ IP-Address โปรแกรมนี้สร้างขึ้นมาเพื่อทดลองในงานวิจัย นาย B ที่ เป็นเพื่อนสนิทของนาย A ได้นำโปรแกรมนี้ไปทดลองใช้แกล้งนางสาว C เมื่อนางสาว C ทราบเข้าก็เลยนำโปรแกรมนี้ไปใช้และส่งต่อให้เพื่อนๆ ที่รู้จักได้ทดลองการกระทำอย่างนี้ ผิดจริยธรรม หรือผิดกฎหมาย ใดๆ หรือไม่ หากไม่ผิดเพราะเหตุใด และหากผิด ผิดในแง่ไหน จงอธิบาย
เป็นการกระทำที่ผิดจริยธรรม คือ นาย B และนางสาว C ไม่ได้ทำการขออนุญาติ นาย A อย่างถูกกิจลักษณะ อาจทำให้นาย A เสียหายได้ และผิดกฎหมาย คือ  กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Law) สาระของกฎหมายนี้มุ่งเน้นให้การคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัว ไม่ให้มีการนำข้อมูลของบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ

2) “นาย J ได้ทำการสร้างโฮมเพจ เพื่อบอกว่าโลกแบนโดยมีหลักฐาน อ้างอิงจากตำราต่างๆ อีกทั้ง รูปประกอบ เป็นการทำเพื่อความสนุกสนาน ไม่ได้ใช้ในการอ้างอิงทางวิชาการใดๆ เด็กชาย K เป็นนักเรียน ในระดับประถมปลายที่ทำรายงานส่งครูเป็นการบ้านภาคฤดูร้อนโดยใช้ข้อมูลจากโฮมเพจของนาย Jการ กระทำอย่างนี้  ผิดจริยธรรม หรือผิดกฎหมายใดๆ หรือไม่ หากไม่ผิดเพราะเหตุใด และหากผิด ผิดในแง่ไหน จงอธิบาย

การกระทำนี้อาจกระทำขึ้นด้วยความสนุกสนาน ไม่ได้ตั้งใจทำให้เกิดความเสื่อมเสียถึงผู้ใด แต่การกระทำเช่นนี้อาจทำให้เกิดความรำคาญแก่ผู้อื่น จึงเป็นการทำผิดจริยธรรมโดยตรง ทั้งการปลอมหลักฐาน และการหลอกลวง โดยไม่มีการทำการพิสูจน์ และยืนยันจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถและขาดความน่าเชื่อถือ อาจทำให้ตนเองหมดความน่าเวื่อถือไปด้วย

ใบงานที่ 7

แบบฝึกหัด
บทที่ 7 ความปลอดภัยของสารสนเทศ กลุ่มที่เรียน..............1.......................
รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน รหัสวิชา 0026 008
ชื่อ -สกุล..............นางสาว..ฝ้ายน้ำ......อยู่หว้า..........................รหัส....55010212187...................
คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้
1. หน้าที่ของไฟร์วอลล์ (Firewall) คือ เป็นระบบรักษาความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์แบบหนึ่งที่
นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งมีทั้งอุปกรณ์ Hardware และ Software โดยหน้าที่หลัก ๆ ของ Firewall นั้น
จะทำหน้าที่ควบคุมการใช้งานระหว่าง Network ต่าง ๆ
2. จงอธิบายคำศัพท์ต่อไปนี้ ที่เกี่ยวข้องกับไวรัสคอมพิวเตอร์ worm , virus computer, spy ware, adware มาอย่างน้อย 1 โปรแกรม
ตอบ Worm เป็นไวรัสประเภทหนึ่งที่ก่อกวน สามารถทำสำเนาตัวเอง (copy) และแพร่กระจายไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องอื่นๆ ได้ ทำให้คอมพิวเตอร์ส่วนตัว และในระบบเครือข่ายเสียหายไวรัส วอร์ม นี้ปัจจุบันมีหลากหลายมาก มีการแพร่กระจายของไวรัสได้รวดเร็วมาก ทั้งนี้เนื่องจากไวรัส วอร์ม จะสามารถแพร่กระจายผ่านทางอีเมล์ได้ ไม่ว่าจะเป็น Outlook Express หรือ Microsoft Outlook

3. ไวรัสคอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็นกี่ชนิด อะไรบ้าง
ตอบ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ Application viruses และ System viruses
4. ให้นิสิตอธิบายแนวทางในการป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์มาอย่างน้อย 5 ข้อ ตอบ
1.สร้างแผ่นบูต emergency disk เพื่อใช้ช่วยในการกู้ระบบ การสร้างแผ่น emergency diskหรือบางครั้งอาจเรียกว่า Rescure disk นั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ถ้าเครื่องติดไวรัสที่ไม่สามารถจะกำจัดได้โดยผ่านระบบปฏิบัติการวินโดวส์ หรือผลกระทบของไวรัสที่ทำให้เครื่องไม่สามารถบูตได้ตามปกติเราก็สามารถใช้แผ่น emergency diskมาช่วยในการกู้ข้อมูลและกำจัดไวรัสออกจนทำให้บูตเครื่องได้ตามปกติ               
2.ปรับปรุงฐานข้อมูลไวรัสทุกวันหรืออย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ขั้นตอนนี้เปรียบเสมือนหัวใจของการใช้งานโปรแกรมป้องกันไวรัส เนื่องจากไวรัสคอมพิวเตอร์ถูกพัฒนาออกมาใหม่ทุกวัน ดังนั้นจึงควรที่จะสอนโปรแกรมป้องกันไวรัสให้รู้จักไวรัสชนิดใหม่ๆด้วย โดยการปรับปรุงฐานข้อมูลไวรัสที่ใช้งานนั่นเอง             
3.เปิดใช้งาน auto - protect โดยส่วนใหญ่โปรแกรมป้องกันไวรัสที่ติดตั้งจะทำการสร้างโพรเซสที่จะตรวจหาไวรัสตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสสามารถถูกเอ็กซิคิวต์ในเครื่องได้                                  
4.ก่อนเปิดไฟล์จากแผ่นที่นำมาใช้จากที่อื่นให้สแกนหาไวรัสก่อน แผ่นดิสก์ที่นำไปใช้ที่อื่นแล้วนำกลับมาเปิดที่เครื่อง จะมั่นใจได้อย่างไรว่าแผ่นนั้นไม่มีไวรัสอยู่ ดังนั้นควรจะตรวจหาไวรัสในแผ่นก่อนที่จะเปิดอ่านข้อมูลที่ถูกบรรจุในแผ่นดิสก์ดังกล่าว        
5.ทำการตรวจหาไวรัสทุกสัปดาห์ ในแต่ละสัปดาห์แน่นอนว่ามีไฟล์ที่ผ่านเข้าออกเครื่องมากมายไม่ว่าจะเป็น อี-เมล์ที่ได้รับ ไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาจากอินเทอร์เน็ต ตลอดจนไฟล์ชั่วคราวของโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ที่เก็บในแต่ละครั้งที่เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ แล้วจะแน่ใจได้อย่างไรว่าไฟล์เหล่านั้นไม่มีไวรัสแฝงตัวมา ดังนั้นจึงควรที่จะทำการตรวจหาไวรัส โดยการสแกนหาทั้งระบบ อาจจะเป็นทุกเย็นของวันศุกร์ก่อนกลับบ้านก็เป็นได้    
5. มาตรการด้านจริยธรรมคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตที่เหมาะสมกับสังคมปัจจุบัน ได้แก่
ตอบ 1. กฏหมายคุ้มครองข้องมูลส่วนบุคคล
        2. กฏหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์
        3. กฏหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
        4. กฏหมายการแลกเปลี่ยนข้อมูงทางอิเล็กทอนิกส์
        5. กฏหมายลายมือชื่ออิเล็กทอนิกส์
        6. กฏหมายการโอนเงินทางอิเล็กทอนิกส์
        7. กฏหมายโทลคมนาคม
        8. กฏหมายระหว่างประเทศ
        9. กฏหมายืั้เกี่ยวเนื่องกับระบบอินเตอร์เน็ต

       10. กฏหมายพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมอิเล็กทอนิกส์และคอมพิวเตอร์

ใบงานที่ 6

แบบฝึกหัด
บทที่ 6 การประยุกต์ใช้สารสนเทศในชีวิตประจำวัน กลุ่มที่เรียน.................1....................
รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน รหัสวิชา 0026 008
ชื่อ -สกุล..........ฝ้ายน้ำ...อยู่หว้า...........รหัส.....55010212187...........
คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว
1. การประยุกต์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เป็นความหมายของข้อใด?
1. เทคโนโลยีสารสนเทศ
2. เทศโนโลยี
3. สารสนเทศ
4. พัฒนาการ
2. เทคโนโลยีสารสนเทศใดก่อให้เกิดผลด้านการเสริมสร้างความเท่าเทียมกันในสังคม?
1. ควบคุมเครื่องปรับอากาศ
2. ระบบการเรียนการสอนทางไกล
3. การสร้างสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
4. การพยากรณ์อากาศ
3. การฝากถอนเงินผ่านเอทีเอ็ม (ATM) เป็นลักษณะเด่นของเทคโนโลยีสารสนเทศข้อใด?
1. ระบบอัตโนมัติ
2. เปลี่ยนรูปแบบการบริการเป็นแบบกระจาย
3. เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำเนินการในหน่วยงานต่างๆ
4. เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
4. ข้อใดคือการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ?
1. ระบบการโอนถ่ายเงินทางอิเล็กทรอนิกส์
2. บัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต
3. การติดต่อข้อมูลทางเครือข่าย
4. ถูกทุกข้อ
5. เทคโนโลยีสารสนเทศหมายถึงข้อใด?
1. การประยุกต์เอาความรู้มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษย์
2. ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี
3. การนำเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์มาสร้างข้อมูลเพิ่มให้กับสารสนเทศ
4. การนำเอาคอมพิวเตอร์มาใช้ในการจัดเก็บข้อมูล
6. เครื่องมือที่สำคัญในการในการจัดการสารสนเทศในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร?
1. เทคโนโลยีการสื่อสาร
2. สารสนเทศ
3. คอมพิวเตอร์
4. ถูกทุกข้อ
7. ข้อใดไม่ใช่บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ?
1. เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
2. เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถสั่งซื้อสินค้าจากที่บ้าน หรือสอบถามผลสอบได้
3. เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้บุคคลทุกระดับติดต่อกันได้อย่างรวดเร็ว
4. เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้มีการสร้างที่พักอาศัยที่มีคุณภาพ
8. ข้อใดไม่ใช่อุปกรณ์ที่ช่วยงานด้านสารสนเทศ?
1. เครื่องถ่ายเอกสาร
2. เครื่องโทรสาร
3. เครื่องมินิคอมพิวเตอร์
4. โทรทัศน์ วิทยุ
9. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ เทคโนโลยีสารสนเทศ?
1. เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงานธุรกิจ
2. พัฒนาอย่างรวดเร็วทั้งทางด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล และการสื่อสาร
3. ไม่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
4. จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น
10. ข้อใดคือประโยชน์ที่ได้จากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้กับการเรียน?
1. ตรวจสอบผลการลงทะเบียน ผลการสอบได้
2. สามารถสืบค้นข้อมูลได้จากแหล่งข้อมูลที่มีอยู่ทั่วโลกได้
3. ติดต่อสื่อสารกับเพื่อน ครู อาจารย์ หรือส่งงานได้ทุกที่

4. ถูกทุกข้อ

วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2559

ใบงานที่ 5

แบบฝึกหัด
บทที่ 5 การจัดการสารสนเทศ                                            กลุ่มเรียน.....1...........
รายวิชา  การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                     รหัสวิชา  0026008
ชื่อ-สกุล.....ฝ้ายน้ำ...อยู่หว้า....รหัส........55010212187........................
คำชี้แจง  จงตอบคำถามต่อไปนี้

1.จงอธิบายความหมายของการจัดการสารสนเทศ
        หมายถึง การผลิต จัดเก็บ ประมวลผล ค้นหา และเผยแพร่ สารสนเทศโดยจัดให้มีรบบสารสนเทศ การกระจายของสารสนเทศ ทั้งภายในและภายนอกองค์การ

2.การจัดการสารสนเทศมีความสำคัญต่อบุคคลและต่อองค์กรอย่างไร
       มีความสำคัญต่อบุคคลและองค์กรในด้านการดำรงชีวิตประจำวัน ด้านการศึกษา และ การทำงานประกอบอาชีพต่างๆ

3.พัฒนาการของการจัดการสารสนเทศแบ่งออกเป็นกี่ยุค อะไรบ้าง
         แบ่งเป็น 4 ยุค
ยุคที่ 1     การประมวนข้องมูล
ยุคที่ 2     ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร
ยุคที่ 3    การจัดการทรัพยากรสารสนเทศ
ยุคที่ 4    ยุคปัจจุบันหรือยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ

4.จงยกตัวอย่างการจัดการสารสนเทศที่นิสิตใช้ในชีวิตประจำวัน มาอย่างน้อย 3 ตัวอย่าง
ระบบประมวลผลรายการ
ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
ระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษา


วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2559

บทความที่ 2

Smart Mirror กระจกแสดงข้อมูลอัจฉริยะ
จะเป็นอย่างไรหากในห้องน้ำของคุณมีกระจกที่แสดงข้อมูลข่าวประจำวันได้ในขณะที่คุณกำลังแปรงฟันอยู่เทคโนโลยีล้ำๆ ที่เกิดจาก Max Braun วิศวกรของบริษัท Google ที่เปลี่ยนกระจกส่องหน้าให้กลายเป็นกระจกอัจฉริยะที่สามารถแสดงผลข้อมูลได้ เช่น การคาดการณ์สภาพอากาศ อุณหภูมิ วันและเวลา รวมทั้งข้อมูลข่าวสารประจำวันที่สามาระอัพเดตได้อัตโนมัติ และมี interface ในการค้นหาสิ่งอื่นๆ ด้วยเสียงได้


โดย Max Braun ได้ประดิษฐ์กระจกอัจฉริยะขึ้นจากการสั่งซื้ออุปกรณ์จากอินเตอร์เน็ตโดยอุปกรณ์หลักๆ ก็จะมีกระจกสองด้าน, แผงวงจรหน้าจอ, บอร์ดคอนโทรลเลอร์ และอุปกรณ์อื่นๆ โดยในส่วนการออกแบบของ User interface นั้น เขาใช้งานโค้ดของ Android API ร่วมกับ Forecast ในการแสดงผลสภาพอากาศ และ Associated Press สำหรับการแสดงข้อมูลข่าวสารประจำวัน โดยมีอุปกรณ์ควบคุมคือ Amazon Fire TV Stick ซึ่งเสียบอยู่ด้านหลังกระจก


นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการสร้างกระจกอัจฉริยะ ก่อนหน้านั้นมีนักคิด นักพัฒนาหลายท่านได้พัฒนากระจกอัจฉริยะขึ้น หนึ่งในนั้นมี Evan Cohen ก็ได้พัฒนากระจกรับคำสั่งเสียงให้มีแสดงข้อมูลของแผนที่ การค้นหาภาพ และสามารถควบคุมการเปิด-ปิดไฟได้
Evan Cohen เป็นพนักงานของบริษัทไมโครซอร์ฟ เขาประดิษฐ์กระจกอัจฉริยะดังกล่าวในเวลาเพียง 1 วันหยุดในช่วงสุดสัปดาห์ (ประมาณ 20 ชั่วโมง) ซึ่งสามารถเช็คข้อมูลของเขาได้บน GitHub

ที่มา:
 http://www.vcharkarn.com/vnews/504243
https://medium.com/@maxbraun/my-bathroom-mirror-is-smarter-than-yours-94b21c6671ba#.ejlrjr50m
www.droid-life.com/2016/02/03/this-android-powered-mirror/
https://github.com/evancohen/smart-mirror
www.techinsider.io/smart-mirror-evan-cohen-2015-10
http://www.vcharkarn.com/vnews/504243

บทความที่ 1

เทคโนโลยีสารสน เทศ และการทำลายความ เป็นมนุษย์ (Communication Technologies and Dehumanization)
ในประเด็นผลกระทบที่เกิดจากการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศนี้นักวิชาการอธิบายไว้ว่าหากผู้ใช้ใช้เทคโนโลยีอย่างรู้ ไม่เท่าทัน (Literacy) แล้ว ผู้นั้นจะมีสภาพไม่ต่างจากเครื่องจักร ที่ชีวิตถูกกำหนดด้วยเทคโนโลยีชีวิตดำรงอยู่ได้อย่างต่อเนื่องด้วย การมีเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นตัวขับเคลื่อนให้ชีวิตเคลื่อนไปได้ หากขาดเทคโนโลยีชีวิตก็จะหยุดเหมือนเครื่องจักรที่ขาดกระแส ไฟฟ้า และมีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่งเมื่อสามารถติดต่อสื่อสารผ่าน เทคโนโลยีได้อีกครั้ง เหมือนการเปิดให้กระแสไฟ้ฟ้าผ่านเครื่องจักร เครื่องจักรจึงจะทำงาน และสามารถทำงานได้ตัวของมันเอง จึง มักเห็นคนรุ่นใหม่ดำรงชีวิตด้วยการอยู่กับเทคโนโลยีสารสนเทศ มีความเป็นเอกเทศ จนกลายเป็นคนที่ขาดความละเอียดอ ่อน (Insensitivity) ในชีวิต ไม่สนใจรายละเอียดในสภาพแวดล้อม แทนที่จะใช้ชีวิตเช่นมนุษย์ตามหลักสังคมวิทยา (สุพัตรา สุภาพ, 2529) ที่เลือกจะอยู่กับคน มีปฏิสัมพันธ์กับคนในสังคมที่อยู่ภาย ใต้กรอบวัฒนธรรมเดียวกัน เพื่อเรียนรู้บรรทัดฐานทางสังคม และ ใช้ความชำนาญและความสามารถในการสร้างสังคมให้เข้มแข็ง นอกจากการที่เป็นคนขาดความละเอียดในชีวิต (Insensitivity) ใช้ชีวิตเสมือนเครื่องจักรแล้ว คนรุ่นใหม่ยังเลือกที่ จะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้าสังคมออนไลน์(onlinecommunity) ที่รับรู้ว่ามีสิ่งที่ตนเองสนใจหรือชื่นชอบ ทำให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ กับบุคคลในสังคมออนไลน์ โดยไม ่สนใจสังคมจริงที่อยู ่รอบ ตัว ทำให้คนรุ่นใหม่ตกอยู่ในสภาพที่ถอนตัวเองออกจากสังคม (Isolation)มีวัฒนธรรมค่านิยมความเชื่อผิดเพี้ยนไปจากที่คนรอบ ข้างมีส่งผลให้เกิดความไม่เข้าใจซึ่งกันและกันในประเด็นต่างๆ ได้ง่าย ยิ่งเมื่อสื่อสารกับคนรอบข้างไม่เข้าใจคนรุ่นใหม่ก็ยิ่งใช้เวลา กับสังคมออนไลน์มากขึ้นหากมีส่วนร่วมอย่างสุดโต่ง อาจส่งผลที่ ชีวิตได้ดังเช่นข่าวของการวางแผนฆ่าตัวตายหมู่ในเดือนธันวาคม ปีพ.ศ.2552 ของชาวฮ่องกงในสังคมเฟซบุ๊คภาษาจีน ดีว่าตำรวจ ตามรอยผู้ก่อตั้งกลุ่ม “I havetopracticesuicide” ได้ก่อนที่จะ สายเกินไป (สนุก! ออนไลน์, 2552) หรือในอดีตเคยเกิดขึ้นแล้วที กว่าจะเป็นข่าวก็เสียชีวิตกันไปแล้ว ดังนั้น ผู้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศต้องรู้เท่าทันว่า การ สื่อสารในสังคมของคนแปลกหน้าเช่นในสังคมออนไลน์การสื่อสาร เพื่อโน้มน้าวใจจะถูกนำมาใช้เพื่อการทำให้ผู้ที่ด้อยกว่าคล้อยตาม ได้ค่อนข้างง่ายด้วยการใช้หลักทางวาทวิทยา(Classical rhetorical theory) กล่าวไว้ถึงองค์ประกอบพื้นฐานของการโน้มน้าวใจไว้ 3 ประการคือ เหตุผล(Logic: logos) อารมณ์(Emotion:pathos) และบุคลิก (Character: ethos) ซึ่งในการสร้างความสัมพันธ์ทาง สังคมองค์ประกอบทั้ง 3 จะถูกนำมาใช้ไปพร้อมๆ กัน แต่ในการ สื่อสารเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลผ่านเทคโนโลยีการ สื่อสาร ผู้สื่อสารมักให้ความสำคัญกับ Ethos (Duck, 2007) ซึ่ง เป็นการสร้างอัตลักษณ์ความเป็นตัวตน บุคลิกหน้าตาท่าทางของ ตนเองขึ้นมาเพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามพึงพอใจและได้รับการยอมรับเข้า ร่วมสังคม เนื่องจากผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการสร้างความสัมพันธ์ สนใจแต่เพียง คุณเป็นใครผ่านการอ่านและฟังข้อมูลที่ส่งมา อธิบายความเป็นตัวตนมากกว่าที่จะให้ความสำคัญกับศักยภาพใน การแสดงความคิด ดังนั้นผู้ที่ด้อยความคิดกว่าอาจถูกโน้มน้าวให้ กระทำในสิ่งที่ไม่สมควรได้ง่าย การหลอกลวงเหยื่อผ่านเทคโนโลยี สารสนเทศจึงปรากฏให้เห็นหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยครั้ง การสร้างสังคมผ่านเทคโนโลยี(online community) เป็นปรากฏการณ์ใหม่ในสังคมที่หลายคนได้นำมาใช้ประโยชน์แต่ สิ่งหนึ่งที่ทำให้สมาชิกในสังคมออนไลน์นี้อ่อนไหว คือการเข้าเป็น สมาชิกและออกจากเป็นสมาชิกที่ทำได้ง่ายเพียงแต่ลงทะเบียน หรืออาจไม่ต้องมีแม้กระทั่งการลงทะเบียน ต่างจากลักษณะทาง สังคมเดิมๆ ของมนุษย์ที่เกิดจากคนกลุ่มหนึ่งที่มีความคิด ความ เชื่อร่วมกันมารวมตัวกันอย่างมีเอกภาพและมีลักษณะที่แตกต่าง จากสังคมอื่น การที่จะเข้าเป็นสมาชิกสังคมลักษณะนี้ได้บุคคล นั้นจะต้องผ่านกระบวนการการเรียนรู้ถึงระบบความคิด ความ รู้สึก และพฤติกรรมของสังคม (Socialization) และการที่จะออก จากสังคมก็ทำไม่ง่าย เนื่องจากความผูกพันทางความรู้สึก และ อารมณ์ที่มีต่อสมาชิกในกลุ่มแตกต่างจากสังคมออนไลน์ค่อนข้าง มาก ทำให้คนปัจจุบันที่พึ่งสังคมออนไลน์ปราศจากที่ยึดเหนี่ยว (Persell, 1987) ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้เปรียบเสมือนเหรียญสองด้าน มี ทั้งด้านบวกหากรู้เท่าทันและนำมาใช้ประโยชน์เป็น และมีด้านลบ หากรู้ไม่เท่าทันและนำมาใช้โดยไม่ตระหนักในผลกระทบที่อาจ เกิดขึ้น ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของสังคมที่จะต้องสร้างการตระหนัก รู้ในสร้างการรู้เท่าทันเทคโนโลยีสารสนเทศ และผลกระทบที่อาจ ขึ้นได้จากสิ่งที่มองไม่เห็น (Ice berg effects) โดยเฉพาะผู้ที่มี ประสบการณ์ทางสังคมประสบการณ์ในชีวิตมากกว่าควรสอดส่อง

ที่มา : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์ วิเศษสังข์ : เทคโนโลยีสารสนเทศกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม 

ใบงานที่ 4

แบบฝึกหัด
บทที่ 4 เทคโนโลยีสารสนเทศ                                                      กลุ่มเรียน........1.........
รายวิชา  การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                        รหัสวิชา 0026008
ชื่อ-สกุล........นางสาว.ฝ้ายน้ำ....อยู่หว้า...........................................รหัส........55010212187................

คำชี้แจง  จงตอบคำถามต่อไปนี้
1.      ให้นิสิตยกตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศตามหัวข้อต่อไปนี้ อย่างน้อยหัวข้อละ 3 ชนิด แล้วแลกเปลี่ยนกันตรวจสอบกับเพื่อน
1)      การบันทึกและจัดเก็บข้อมูล    
CD-ROM , External hard disks, USB แฟลชไดรฟ์
2)      การแสดงผล
 จอภาพ Moniter , คีย์บอร์ด , ลำโพง
3)      การประมวลผล 
ซีพียู (CPU), เมนบอร์ด ( Main Board) ,  หน่วยความจำแบบ Ram                             
4)      การสื่อสารและเครือข่าย
โมเด็ม (modem) , ฮับ (hub) , เราเตอร์ (Router)
2.       ให้นิสิตนำตัวเลขในช่องขวา มาเติมหน้าข้อความในช่องซ้ายที่มีความที่สัมพันธ์กัน
…8… ซอฟต์แวร์ประยุกต์
1. ส่วนใหญ่ใช้ทำหน้าที่คำนวณ ประมวลผลข้อมูล
…3… Information Technology
2. e-Revenue
…1… คอมพิวเตอร์ในยุคประมวลผลข้อมูล
3. เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่นำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินการเกี่ยวกับสารสนเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความถูกต้องแม่นยำ และความรวดเร็วต่อการนำไปใช้
…6…เทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบด้วย
4.มีองค์ประกอบพื้นฐาน 3 ส่วน ได้แก่ Sender Medium และDecoder
…10…ช่วยเพิ่มผลผลิต เพิ่มต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
5. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการรับ-ส่งเอกสารจากหน่วยงานหนึ่งไปยังอีกหน่วยงานหนึ่งโดยส่งผ่านเครือข่าย
…7… ซอฟต์แวร์ระบบ
6. เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคม และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
…9… การนำเสนอบทเรียนในรูปมัลติมีเดีย ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ตามระดับความสามารถ
7. โปรแกรมที่ทำหน้าที่ใช้ควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในระบบคอมพิวเตอร์
…5… EDI
8. โปรแกรมระบบห้องสมุดอัตโนมัติ จัดเป็นซอฟต์แวร์ประเภท
…4… การสื่อสารโทรคมนาคม
9. CAI
…2…บริการชำระภาษีออนไลน์
10. ลักษณะสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ


ใบงานที่ 3

ใบงานที่ 3
บทที่ 3 การรู้สารสนเทศ                                                           กลุ่มเรียน........1.........
รายวิชา  การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                        รหัสวิชา 0026008
ชื่อ-สกุล………..นางสาวฝ้ายน้ำ...อยู่หว้า……….รหัส……55010212187…………………………………
คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด
1. ข้อใดเป็นความหมายที่ถูกต้องที่สุดของการรู้สารสนเทศ 
ก. ความสามารถในการกลั่นกลอง และประเมินค่าสารสนเทศที่หามาได้
ข. ความสามารถในการตัดสินใจใช้สารสนเทศรูปแบบต่างๆ
ค. ความสามารถของบุคคลในการสืบค้นและพัฒนาสารสนเทศ
ง. ความสามารถของบุคคลในการเข้าถึง ประเมิน และใช้งานสารสนเทศ

2. จากกระบวนการของการรู้สารสนเทศ ทั้ง 5 ประการ ประการไหนสำคัญที่สุด
ก. ความสามารถในการตระหนักว่าเมื่อใดจึงจะต้องการสารสนเทศ
ข. ความสามารถในการค้นหาสารสนเทศ
ค. ความสามารถในการประมวลผลสารสนเทศ
ง. ความสามารถในการใช้และการสื่อสารสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

3. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของผู้รู้สารสนเทศ
ก. สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
ข. สามารถใช้สารสนเทศในการดำเนินชีวิต
ค. ชอบใช้คอมพิวเตอร์ในการเล่นเกม
ง. ใช้คอมพิวเตอร์ในการแสวงหาสารสนเทศได้

4.ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของการรู้สารสนเทศ
ก.  โลกมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก โดยเน้นวัตถุนิยมมากขึ้น
ข.  ช่วยให้บุคคลประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต
ค.  สารสนเทศมีการเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว จนยากที่จะเข้าถึง
ง.   ช่วยบุคคลเป็นผู้ที่มีศักยภาพในการเรียนรู้ตลอดชีวิต

5. ข้อใดเป็นการเรียงลำดับขั้นตอนของกระบวนการเรียนรู้สารสนเทศที่ถูกต้อง
1. ความสามารถในการประมวลสารสนเทศ
2. ความสามารถในการประเมินสารสนเทศ
3. ความสามารถในการใช้และการสื่อสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
4. ความสามารถในการค้นหาสารสนเทศ
5. ความสามารถในการตระหนักว่าเมื่อใดจึงจะต้องการสารสนเทศ
 ก. 1-2-3-4-5                 ข. 2-4-5-3-1              ค. 5-4-1-2-3              ง. 4-3-5-1-2